<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>รักษารากฟัน.com</title>
	<atom:link href="http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com</link>
	<description>แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Sat, 23 Aug 2014 14:41:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.1</generator>
		<item>
		<title>ทันตกรรมการจัดฟัน</title>
		<link>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=60</link>
		<comments>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=60#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Nov 2012 08:10:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=60</guid>
		<description><![CDATA[การจัดฟัน ช่วยให้ฟันที่มีลักษณะ ฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง ให้จัดเรียงตัวกันเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น เป็นการช่วยให้ฟันเคลื่อนที่ไป อยู่ตำปหน่งที่เหมาะสม โดยใช้เครื่องมือที่มีความละเอียดอ่อนมาช่วยในการจัดฟัน ระยะเวลาในการจัดฟันจะขึ้นอยู่กับ แต่ละคนไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี สำหรับการจัดฟันในผู้สูงอายุอาจจะใช้เวลานานกว่าคนที่มีอายุน้อย   ประโยชน์การจัดฟัน  ช่วยเสริมบุคลิกภาพ และเพิ่มความมั่นใจ ในการสนทนา และยิ้มแย้มอย่างมั่นใจ การทำความสะอาดฟันง่ายขึ้น ความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบน้อยลง สามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การออกเสียงชัดเจนและถูกต้องมากขึ้น ลดการเสี่ยงต่อใส่ฟันปลอมในอนาคตได้   ขั้นตอนการจัดฟันกับทันตแพทย์ ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปาก เพื่อสร้างโมเดลฟันของคุณขึ้นมา  เอ็กซเรย์ใครงสร้างของใบหน้า และกระดูกขากรรไกร 2 ฟิลม์ คือเอ็กซเรย์ทางด้านหน้าตรง และเอ็กซเรย์ทางด้านข้าง ทันตแพทย์จะทำการตรวจฟันของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษา ร่วมกับข้อมูลที่ได้จาก ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ และโมเดลฟัน ต้องมีการ ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน รักษารากฟัน ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนเพื่อเตรียมสภาพช่องปากให้พร้อมก่อนที่จะ ติดเครื่องมือจัดฟัน   สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่จัดฟัน  การกัด เคี่ยวของแข็ง ของเหนียว ควรงดการสูบบุหรี่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ccffff;"><span style="color: #ffff00;"><strong>การจัดฟัน</strong> </span>ช่วยให้ฟันที่มีลักษณะ ฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง ให้จัดเรียงตัวกันเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น เป็นการช่วยให้ฟันเคลื่อนที่ไป อยู่ตำปหน่งที่เหมาะสม โดยใช้เครื่องมือที่มีความละเอียดอ่อนมาช่วยในการจัดฟัน ระยะเวลาในการจัดฟันจะขึ้นอยู่กับ แต่ละคนไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี สำหรับการจัดฟันในผู้สูงอายุอาจจะใช้เวลานานกว่าคนที่มีอายุน้อย</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffff00;"><strong>ประโยชน์การจัดฟัน</strong></span></p>
<ol>
<li><span style="color: #ccffff;"> ช่วยเสริมบุคลิกภาพ และเพิ่มความมั่นใจ ในการสนทนา และยิ้มแย้มอย่างมั่นใจ</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">การทำความสะอาดฟันง่ายขึ้น ความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบน้อยลง</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">สามารถบดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ทำให้การออกเสียงชัดเจนและถูกต้องมากขึ้น</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ลดการเสี่ยงต่อใส่ฟันปลอมในอนาคตได้</span></li>
</ol>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffff00;"><strong>ขั้นตอนการจัดฟันกับทันตแพทย์</strong></span></p>
<ol>
<li><span style="color: #ccffff;">ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปาก เพื่อสร้างโมเดลฟันของคุณขึ้นมา</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;"> เอ็กซเรย์ใครงสร้างของใบหน้า และกระดูกขากรรไกร 2 ฟิลม์ คือเอ็กซเรย์ทางด้านหน้าตรง และเอ็กซเรย์ทางด้านข้าง</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ทันตแพทย์จะทำการตรวจฟันของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษา ร่วมกับข้อมูลที่ได้จาก ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ และโมเดลฟัน</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ต้องมีการ ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน รักษารากฟัน ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนเพื่อเตรียมสภาพช่องปากให้พร้อมก่อนที่จะ ติดเครื่องมือจัดฟัน</span></li>
</ol>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffff00;"><strong>สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่จัดฟัน </strong></span></p>
<ol>
<li><span style="color: #ccffff;">การกัด เคี่ยวของแข็ง ของเหนียว</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ควรงดการสูบบุหรี่</span></li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?feed=rss2&#038;p=60</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทัตกรรมฟอกสีฟัน</title>
		<link>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=57</link>
		<comments>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=57#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Nov 2012 07:56:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[ฟอกสีฟัน ฟอกฟันขาว เป็นการแก้ไขสีฟันที่มีสีเหลืองเข้ม ที่มีสาเหตุมาจากคราบชา กาแฟ หรือเกิืดจากสีจากอาหารที่ี่รับประทานเป็นประจำ ซึ่งการมี สีฟันที่ขาวขึ้นเป็นการช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ให้มีความมั่นใจในการพูด และยิ้มมากยิ่งขึ้น ทางคลินิก มีเครื่องฟอกสีฟัน Cool Light Tooth Whitening และเครื่องฟอกสีฟัน Laser Tooth Whitening ไว้บริการ ซึ่งข้อดีของเครื่องฟอกสีฟันทั้ง 2 ชนิดนี้ คือ จะไม่ทำให้เกิดความร้อนหรือการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ ในช่องปาก และฟันในขณะที่ทำการฟอกสีฟัน การฟอกสีฟัน สามารถทำได้ 2 วิธีหลักๆคือ 1. การฟอกสีฟัน หรือ การฟอกฟันขาวภายในคลินิก มีระยะเวลาในการทำในแต่ละครั้ง คือประมาณ 30 นาที – 90 นาที คุณก็จะมีฟันที่ขาว สวยในทันทีหลังจากที่ฟอกสีฟันเสร็จ ซึ่ง หรือ การฟอกสีฟันขาวภายในคลินิก เป็นวิธีที่จะต้องทำในคลินิกทันตกรรมเท่านั้น ทันตแพทย์จะเป็นผู้ทำ ใช้น้ำยาฟอกสีฟัน Hydrogen Peroxide ที่มีความเข้มข้น 30-35 % 2. การฟอกสีฟัน หรือ การฟอกฟันขาวซึ่งสามารถถทำเองได้ที่บ้าน โดยทันตแพทย์จะเตรียม อุปกรณ์ชุดฟอกสีฟันที่บ้านให้ แต่คนไข้ต้องกลับมาตรวจเป็นระยะตามที่ทันตแพทย์นัด ส่วน น้ำยาฟอกสีที่ใช้ก็จะเป็นประเภทเดียวกับการฟอกสีฟันภายในคลินิกทันตกรรม แต่จะมีความ เข้มข้นที่น้อยกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ccffff;"><span style="color: #ff00ff;"><strong>ฟอกสีฟัน ฟอกฟันขาว </strong></span>เป็นการแก้ไขสีฟันที่มีสีเหลืองเข้ม ที่มีสาเหตุมาจากคราบชา กาแฟ หรือเกิืดจากสีจากอาหารที่ี่รับประทานเป็นประจำ ซึ่งการมี สีฟันที่ขาวขึ้นเป็นการช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ให้มีความมั่นใจในการพูด และยิ้มมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p align="left"><span style="color: #ccffff;">ทางคลินิก มีเครื่อง<strong>ฟอกสีฟัน</strong> Cool Light Tooth Whitening และเครื่อง<strong>ฟอกสีฟัน</strong> Laser Tooth Whitening ไว้บริการ ซึ่งข้อดีของเครื่อง<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ทั้ง 2 ชนิดนี้ คือ จะไม่ทำให้เกิดความร้อนหรือการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ ในช่องปาก และฟันในขณะที่ทำการ<strong>ฟอกสีฟัน</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong>การฟอกสีฟัน สามารถทำได้ 2 วิธีหลักๆคือ</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">1. <strong>การฟอกสีฟัน</strong> หรือ <strong>การฟอกฟันขาว</strong>ภายในคลินิก มีระยะเวลาในการทำในแต่ละครั้ง คือประมาณ 30 นาที – 90 นาที คุณก็จะมีฟันที่ขาว สวยในทันทีหลังจากที่<strong>ฟอกสีฟัน</strong>เสร็จ ซึ่ง หรือ การ<strong>ฟอกสีฟันขาว</strong>ภายในคลินิก เป็นวิธีที่จะต้องทำในคลินิกทันตกรรมเท่านั้น ทันตแพทย์จะเป็นผู้ทำ ใช้น้ำยา<strong>ฟอกสีฟัน</strong> Hydrogen Peroxide ที่มีความเข้มข้น 30-35 %</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">2. การ<strong>ฟอกสีฟัน</strong> หรือ <strong>การฟอกฟันขาว</strong>ซึ่งสามารถถทำเองได้ที่บ้าน โดยทันตแพทย์จะเตรียม อุปกรณ์ชุด<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ที่บ้านให้ แต่คนไข้ต้องกลับมาตรวจเป็นระยะตามที่ทันตแพทย์นัด ส่วน น้ำยาฟอกสีที่ใช้ก็จะเป็นประเภทเดียวกับการ<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ภายในคลินิกทันตกรรม แต่จะมีความ เข้มข้นที่น้อยกว่า คือ ประมาณ 2-10% ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่ใช้งาน ส่วนวิธีการ และ ขั้นตอนในการ<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ที่บ้านก็ไม่ยาก เพียงหยดน้ำยา<strong>ฟอกสีฟัน</strong> ลงในถาดฟันยางที่ทันตแพทย์ ทำเฉพาะไว้สำหรับแต่ละคน จำนวนน้ำยาที่ใส่ลงในถาดก็ประมาณเพียง 1 เมล็ดถั่วเขียวสำหรับ ฟันแต่ละซี่ที่ต้องการ<strong>ฟอกสีฟัน</strong> แล้วสวมฟันยางไว้ วันละ 1-2 ชม. ทุกวัน ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ก็จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสีฟันที่ขาวขึ้น ซึ่งคุณสามารถ<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ด้วยวิธีนี้ทำจนกว่าคุณ จะพอใจในสีของฟันที่ขาวขี้นแล้วจึงหยุด หลังจากนั้นก็อาจจะทำเช่นเดิมอีกเพียงสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเป็นการคงสภาพความขาวของฟันไว้ และที่สำคัญคุณจะต้องกลับไปพบทันตแพทย์ตามที่นัด เพื่อเป็นการตรวจเช็คสภาพของฟันและ ฟันยางเป็นระยเวลาตามที่ทันตแพทย์กำหนด</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">โดยทั่วไป ระยะเวลาที่ทำ<strong>การฟอกสีฟันที่บ้าน</strong> หรือ <strong>ฟอกฟันขาว</strong>ที่บ้านนั้น ขึ้นอยู่กับความเหลืองของ สีฟัน ถ้าฟันมีสีเหลืองไม่มากก็อาจจะ ใช้เวลาในการ<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ที่บ้านเพียง 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าหากฟันมี สีเหลืองเข้ม หรือสีเทาอ่อนก็อาจจะต้องฟอกให้ขาวได้นานมากยิ่งขึ้น โดยทั่วไปประมาณ 4-6 สัปดาห์</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong>ข้อควรปฏิบัติทั่วไปภายหลังทำการฟอกสีฟัน</strong></span></p>
<ul type="disc">
<li><span style="color: #ccffff;">การแปรงฟันให้สะอาดหลังอาหารทุกมื้อ ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน เพื่อทำความสะอาดตามซอกฟัน</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ควรตรวฟันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก หากมีหินปูน หรือฟันผุ ทันตแพทย์ก็จะทำการขูดหินปูนหรือ อุดฟันให้ตามลักษณะอาการที่พบ</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ควรรับประทานอาหารที่มีเส้นใย เช่น ผัก ผลไม้ เป็นต้นและไม่ควรรับประทานอาหารที่มีความหวานมาก หรือ อาหารที่มีความเหนียวสูง</span></li>
</ul>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><strong>ข้อควรปฏิบัติภายหลังจากที่ทำการฟอกสีฟันที่คลินิก</strong></span></p>
<ul type="disc">
<li><span style="color: #ccffff;">ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีสี เป็นเวลา 2 วันภายหลังจากที่ทำการ<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ที่คลินิก</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีสีเข้ม เป็นเวลา 2 วันภายหลังจากที่ทำการ<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ที่คลินิก</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ภายหลังจากการรับประทานอาหาร ควรที่จะทำการแปรงฟันทันที</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ควรใช้ไหมขัดฟันทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดพวกคราบอาหาร และเศษอาหารตามบริเวณซอกฟัน</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ไม่ควรสูบบุหรี่ เป็นเวลา 2 วันหรือถ้าจำเป็นต้องสูบบุหรี ก็ควรแปรงฟันทันทีภายหลังจากการสูบบุหรี่</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีสี เป็นเวลา 2วันภายหลังจากที่ทำการ<strong>ฟอกสีฟัน</strong>ที่คลินิก</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?feed=rss2&#038;p=57</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทันตกรรมรากฟันเทียม</title>
		<link>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=54</link>
		<comments>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=54#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Nov 2012 07:54:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=54</guid>
		<description><![CDATA[รากฟันเทียม (implants) คือ รากฟันที่ทำจากโลหะ เพื่อใช้ทดแทนส่วนที่เป็นรากฟันของฟันธรรมชาติ ที่สูญเสียไป โดยรากฟันเทียมนี้จะดูเหมือนและให้ความรู้สึกใกล้เคียงฟันธรรมชาติที่สุด เมื่อจำแนกโดยดูจากกระบวนการแล้ว การปลูกรากฟันเทียมจัดเป็นศาสตร์ทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์ และยังถือว่าเป็นการทันตกรรมเพื่อความงามได้เช่นกัน   ทำรากฟันเทียม เพื่อ 1. เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป ไม่ให้มีผลกระทบต่อฟันข้างเคียง 2. เพื่อช่วยเป็นหลักยึดให้กับสะพานฟันเพื่อลดการใส่ฟันปลอมบางส่วนชนิดถอดได้ 3. เพื่อเป็นหลักยึดให้กับฟันปลอมเพื่อให้การใส่ฟันปลอมมีความมั่นคงขึ้น   ข้อดีของการทำรากฟันเทียม มีความเป็นธรรมชาติมากกว่าคนที่ใช้ฟันปลอม หรือทำสะพานฟันครับ และยังช่วยเรื่องการบดเคี้ยวอาหารได้ดีกว่า และไม่ต้องกังวลว่าจะมาหลุดเหมือนฟันปลอมครับ ขั้นตอนการทำรากเทียม 1. ทันตแพทย์ทำการตรวจ X-Ray ประเมินความหนาของ soft tissue ที่อยู่บนสันเหงือก จากนั้นก็จะผ่าตัดและฝังตัวรากเทียมที่ผลิตมาจากแท่งไทเทนเนียมบริสุทธิ์ลงไปในกระดูก เย็บปิดปากแผล หลังจากนั้น 7 วัน ทันตแพทย์จะนัดตัดไหมที่เย็บออก และให้คนไข้รอเวลา เพื่อให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี สำหรับฟันบน ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน และ 2-3 เดือน สำหรับฟันล่าง 2. เมื่อรากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรดีแล้ว ทันตแพทย์จะทำการต่อเดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟัน และพิมพ์ปากเพื่อส่งให้ Lab ทำครอบฟัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ccffff;"><span style="color: #99cc00;"><strong>รากฟันเทียม (implants)</strong> </span>คือ รากฟันที่ทำจากโลหะ เพื่อใช้ทดแทนส่วนที่เป็นรากฟันของฟันธรรมชาติ ที่สูญเสียไป โดย<strong>รากฟันเทียม</strong>นี้จะดูเหมือนและให้ความรู้สึกใกล้เคียงฟันธรรมชาติที่สุด เมื่อจำแนกโดยดูจากกระบวนการแล้ว การปลูก<strong>รากฟันเทียม</strong>จัดเป็นศาสตร์ทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์ และยังถือว่าเป็นการทันตกรรมเพื่อความงามได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>ทำรากฟันเทียม เพื่อ</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">1. เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป ไม่ให้มีผลกระทบต่อฟันข้างเคียง</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">2. เพื่อช่วยเป็นหลักยึดให้กับสะพานฟันเพื่อลดการใส่ฟันปลอมบางส่วนชนิดถอดได้</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">3. เพื่อเป็นหลักยึดให้กับฟันปลอมเพื่อให้การใส่ฟันปลอมมีความมั่นคงขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>ข้อดีของการทำรากฟันเทียม</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">มีความเป็นธรรมชาติมากกว่าคนที่ใช้ฟันปลอม หรือทำสะพานฟันครับ และยังช่วยเรื่องการบดเคี้ยวอาหารได้ดีกว่า และไม่ต้องกังวลว่าจะมาหลุดเหมือนฟันปลอมครับ</span></p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>ขั้นตอนการทำรากเทียม</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">1. ทันตแพทย์ทำการตรวจ X-Ray ประเมินความหนาของ soft tissue ที่อยู่บนสันเหงือก จากนั้นก็จะผ่าตัดและฝังตัวรากเทียมที่ผลิตมาจากแท่งไทเทนเนียมบริสุทธิ์ลงไปในกระดูก เย็บปิดปากแผล หลังจากนั้น 7 วัน ทันตแพทย์จะนัดตัดไหมที่เย็บออก และให้คนไข้รอเวลา เพื่อให้<strong>รากเทียม</strong>ยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี สำหรับฟันบน ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน และ 2-3 เดือน สำหรับฟันล่าง</span><br />
<span style="color: #ccffff;">2. เมื่อ<strong>รากเทียม</strong>ยึดติดกับกระดูกขากรรไกรดีแล้ว ทันตแพทย์จะทำการต่อเดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟัน และพิมพ์ปากเพื่อส่งให้ Lab ทำครอบฟัน โดยครอบฟันนั้นทำมาจากวัสดุเซรามิค (porcelain)</span><br />
<span style="color: #ccffff;">3. หลังจากนั้นประมาณ 1-4 สัปดาห์ ทันตแพทย์จะใส่ครอบฟันให้ ซึ่งจะมีรูปร่างลักษณะ และสีสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ และ ทำหน้าที่ในการบดเคี้ยวได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติมาก</span><br />
<span style="color: #ccffff;">4. ทันตแพทย์จะนัดตรวจเช็คอีก 1 เดือน 2 เดือน และ 6 เดือน เพื่อตรวจดูประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวให้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ สามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ทำความสะอาดได้ง่าย</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #99cc00;"><strong>การดูแลรักษาฟันเทียม</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">ดูแลปกติเหมือนกับฟันธรรมชาติที่เรามีแม้ว่า<strong>รากฟันเทียม</strong>อาจไม่กลัวเรื่องฟันผุเลยเพราะทำมากโลหะแต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังต้องระวังเหมือนการดูแลในฟันธรรมชาติคือโรคเหงือกอักเสบเพราะถ้าดูแลไม่ถูกต้องจนเป็นโรคเหงือกอักเสบเรื้อรังส่งผลให้กระดูกรองรับรากฟันละลายทำให้ขาดกระดูกรองรับรากฟันที่เพียงพอผลสุดท้ายก็จะทำให้ฟันซี่นั้นๆ ที่มี<strong>รากเทียม</strong>รองรับโยก และเกิดการสูญเสียไปในที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">ควรจะไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คฟัน และ<strong>รากฟันเทียม</strong> ทุกๆ 6 เดือน</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">ไม่ควรสูบบุหรี่ เพราะคราบบุหรี่ที่ไปเกาะที่<strong>รากเทียม </strong>อาจทำให้กระดูกที่อยู่รอบๆ<strong>รากฟันเทียม</strong>เกิดการอักเสบ กระดูกละลาย สุดท้าย<strong>รากเทียม</strong>จะโยก และมีโอกาสหลุดได้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?feed=rss2&#038;p=54</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทันตกรรมรักษารากฟัน</title>
		<link>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=50</link>
		<comments>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=50#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Nov 2012 07:51:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=50</guid>
		<description><![CDATA[รักษารากฟัน การรักษารากฟัน เป็นวิธีการรักษารากฟันและเนื้อเยื้อที่เกิดการติดเชื้อ หรือ รากฟันที่เกิดการหัก ร้าว หรือผุ ที่ทำใหกิดอาการปวด อักเสบบวม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลกระทบกับกระดูกขากรรไกรหรือกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น  ทำให้กระดูกฟันบริเวณนั้นเกิดการยุบตัว การรักษารากฟันจะชวยให้เราไม้ต้องถอนฟันที่ติดเชื้อออก ขั้นตอนการรักษารากฟัน 1.ให้ทันตแพทย์ตรวจ และถ่ายเอ็กซเรย์ฟันเพื่อดูรากฟัน ที่มีการติดเชื้อ 2.ฉีดยาชา เพื่อเปิดโพรงและตัดเนื้อเยื้อที่ติดเชื้อทิ้ง 3.แล้วทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในส่วนของรากฟันและบริเวณที่ติดเชื้อ อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าสะอาดจริง 4.ทันตแพทย์จะทำการปิดปากโพรงประสาทฟัน 5.ขั้นตอนต่อมาจะทำการครอบฟันและทำเดือยฟัน เพราะฟันที่ต้องรักษารากฟันนั้น จะมีความแข็งแรงน้องลงกว่าฟันปกติ การทำเดือยฟันและการครอบฟัน จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและช่วยปกป้องฟันซี่นั้นด้วย 6.เมื่อทำการรักษารากฟันเรียบร้อยแล้ว การทำความสะอาดฟันและช่องปากก้เป็นสิ่งที่สำคัญ 7.ทันตแพทย์จะนัดตรวจทุกๆ6เดือนเพื่อติดตามผลการรักษา   ประโยชน์ของการรักษารากฟัน 1.ช่วยให้ซี่ฟันที่ติดเชื้อ ไม่ต้องถอนออก 2.ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่รากฟันและเนื้อเยื้อ 3.ช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียแพร่เชื้อไปสู้บริเวณอื่น 4.ช่วยลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการอักเสบของรากฟัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ccffff;"><span style="color: #00ff00;"><strong>รักษารากฟัน</strong></span><strong></strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">การ<strong>รักษารากฟัน</strong> เป็นวิธีการ<strong>รักษารากฟัน</strong>และเนื้อเยื้อที่เกิดการติดเชื้อ หรือ รากฟันที่เกิดการหัก ร้าว หรือผุ ที่ทำใหกิดอาการปวด อักเสบบวม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลกระทบกับกระดูกขากรรไกรหรือกล้ามเนื้อในบริเวณนั้น  ทำให้กระดูกฟันบริเวณนั้นเกิดการยุบตัว การ<strong>รักษารากฟัน</strong>จะชวยให้เราไม้ต้องถอนฟันที่ติดเชื้อออก</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"><span style="color: #00ff00;"><strong>ขั้นตอนการรักษารากฟัน</strong></span><strong></strong></span><br />
<span style="color: #ccffff;">1.ให้ทันตแพทย์ตรวจ และถ่ายเอ็กซเรย์ฟันเพื่อดูรากฟัน ที่มีการติดเชื้อ</span><br />
<span style="color: #ccffff;">2.ฉีดยาชา เพื่อเปิดโพรงและตัดเนื้อเยื้อที่ติดเชื้อทิ้ง</span><br />
<span style="color: #ccffff;">3.แล้วทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในส่วนของรากฟันและบริเวณที่ติดเชื้อ อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าสะอาดจริง</span><br />
<span style="color: #ccffff;">4.ทันตแพทย์จะทำการปิดปากโพรงประสาทฟัน</span><br />
<span style="color: #ccffff;">5.ขั้นตอนต่อมาจะทำการครอบฟันและทำเดือยฟัน เพราะฟันที่ต้อง<strong>รักษารากฟัน</strong>นั้น จะมีความแข็งแรงน้องลงกว่าฟันปกติ การทำเดือยฟันและการครอบฟัน จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและช่วยปกป้องฟันซี่นั้นด้วย</span><br />
<span style="color: #ccffff;">6.เมื่อทำการ<strong>รักษารากฟัน</strong>เรียบร้อยแล้ว การทำความสะอาดฟันและช่องปากก้เป็นสิ่งที่สำคัญ</span><br />
<span style="color: #ccffff;">7.ทันตแพทย์จะนัดตรวจทุกๆ6เดือนเพื่อติดตามผลการรักษา</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"><span style="color: #00ff00;"><strong>ประโยชน์ของการรักษารากฟัน</strong></span><strong></strong></span><br />
<span style="color: #ccffff;">1.ช่วยให้ซี่ฟันที่ติดเชื้อ ไม่ต้องถอนออก</span><br />
<span style="color: #ccffff;">2.ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่<strong>รากฟัน</strong>และเนื้อเยื้อ</span><br />
<span style="color: #ccffff;">3.ช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียแพร่เชื้อไปสู้บริเวณอื่น</span><br />
<span style="color: #ccffff;">4.ช่วยลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการอักเสบของ<strong>รากฟัน</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?feed=rss2&#038;p=50</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทันตกรรมฟันปลอม</title>
		<link>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=46</link>
		<comments>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=46#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Nov 2012 07:39:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=46</guid>
		<description><![CDATA[ฟันปลอม คือ ฟันที่มาทดแทนฟันจากธรรมชาตอที่เราสูญเสียไป เพื่อช่วยให้การทำงานของช่องปากมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้เรามีความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้นด้วย   ชนิดของฟันปลอม หลักๆแล้วฟันปลอมสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ฟันปลอมแบบถอดได้ และ ฟันปลอมแบบติดแน่น   ฟันปลอมชนิดถอดได้ ฟันปลอมชนิดนี้ สามารถนำออกมาทำความสะอาดได้ ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา และค่าใช้จ่ายในการทำฟันปลอมชนิดนี้จะถูกว่าการทำฟันปลอมอย่างอื่น แต่ฟันปลอมชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าฟันปกติ อาจทำให้การรับประทานอาหารไม่ค่อยสะดวกและการออกเสียได้ไม่ชัดเจน   ฟันปลอมชนิดติดแน่น เป็นฟันปลอมถาวรชนิดติดแน่นที่จะยึดในช่องปาก โดยผู้ที่ใส่ไม่สามารถถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดภายนอกช่องปากได้ ฟันปลอมชนิดนี้จะยึดอยู่โดย การใช้ฟันธรรมชาติซี่ที่อยู่ข้างเคียงกับช่องว่างเป็นหลักในการยึดฟันปลอม ข้อดีของฟันปลอมชนิดนี้ ได้แก่ ฟันปลอมชนิดนี้จะไม่ขยับหรือหลวมหลุดในขณะพูดหรือเคี้ยวอาหาร ทำให้ผู้ที่ใส่มีความมั่นใจ ฟันปลอมจะมีขนาดชิ้นงานที่ค่อนข้างเล็ก ไม่ก่อให้เกิดความรำคาญ มีประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวค่อนข้างสูง เนื่องจากแรงจากการบดเคี้ยว จะถูกถ่ายทอดไปสู่ฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียงที่ใช้เป็นหลักยึดฟันปลอมโดยตรง เช่นทันตกรรมรากเทียม ก็เป็นการทำฟันปลอมชนิดถาวร   ฟันปลอมทั้งปาก การทำฟันปลอมชนิดนี้ สำหับผู้ที่ไม่มีฟันที่แท้จริงจากธรรมชาติเหลืออยู่เลย   ประโยชน์การทำฟันปลอม - ทำให้บดเคียวอาหารได้ดีขึ้น - ให้เสริมสร้างบุคคลิกภาพและความมั่นในการยิ้มหรือสนทนา - ช่วยรักษารูปหน้าให้คงเดิม เพราะเมื่อเราไม่มฟันในช่องปากรูปหน้าของเราจะเปลี่ยนไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ccffff;"><span style="color: #ffcc00;"><strong>ฟันปลอม</strong></span> คือ ฟันที่มาทดแทนฟันจากธรรมชาตอที่เราสูญเสียไป เพื่อช่วยให้การทำงานของช่องปากมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้เรามีความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>ชนิดของฟันปลอม</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">หลักๆแล้ว<strong>ฟันปลอม</strong>สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ<strong> ฟันปลอม</strong>แบบถอดได้ และ<strong> ฟันปลอม</strong>แบบติดแน่น</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>ฟันปลอมชนิดถอดได้</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"><strong>ฟันปลอม</strong>ชนิดนี้ สามารถนำออกมาทำความสะอาดได้ ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา และค่าใช้จ่ายในการทำ<strong>ฟันปลอม</strong>ชนิดนี้จะถูกว่าการทำ<strong>ฟันปลอม</strong>อย่างอื่น แต่<strong>ฟันปลอม</strong>ชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าฟันปกติ อาจทำให้การรับประทานอาหารไม่ค่อยสะดวกและการออกเสียได้ไม่ชัดเจน</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>ฟันปลอมชนิดติดแน่น</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">เป็น<strong>ฟันปลอม</strong>ถาวรชนิดติดแน่นที่จะยึดในช่องปาก โดยผู้ที่ใส่ไม่สามารถถอดออกมาเพื่อทำความสะอาดภายนอกช่องปากได้ ฟันปลอมชนิดนี้จะยึดอยู่โดย การใช้ฟันธรรมชาติซี่ที่อยู่ข้างเคียงกับช่องว่างเป็นหลักในการยึด<strong>ฟันปลอม </strong>ข้อดีของ<strong>ฟันปลอม</strong>ชนิดนี้ ได้แก่<strong> ฟันปลอม</strong>ชนิดนี้จะไม่ขยับหรือหลวมหลุดในขณะพูดหรือเคี้ยวอาหาร ทำให้ผู้ที่ใส่มีความมั่นใจ <strong>ฟันปลอม</strong>จะมีขนาดชิ้นงานที่ค่อนข้างเล็ก ไม่ก่อให้เกิดความรำคาญ มีประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวค่อนข้างสูง เนื่องจากแรงจากการบดเคี้ยว จะถูกถ่ายทอดไปสู่ฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียงที่ใช้เป็นหลักยึด<strong>ฟันปลอม</strong>โดยตรง เช่น<strong>ทันตกรรมรากเทียม</strong> ก็เป็นการ<strong>ทำฟันปลอม</strong>ชนิดถาวร</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>ฟันปลอมทั้งปาก</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">การทำ<strong>ฟันปลอม</strong>ชนิดนี้ สำหับผู้ที่ไม่มีฟันที่แท้จริงจากธรรมชาติเหลืออยู่เลย</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #ffcc00;"><strong>ประโยชน์การทำฟันปลอม</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">- ทำให้บดเคียวอาหารได้ดีขึ้น</span><br />
<span style="color: #ccffff;">- ให้เสริมสร้างบุคคลิกภาพและความมั่นในการยิ้มหรือสนทนา</span><br />
<span style="color: #ccffff;">- ช่วยรักษารูปหน้าให้คงเดิม เพราะเมื่อเราไม่มฟันในช่องปากรูปหน้าของเราจะเปลี่ยนไป</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?feed=rss2&#038;p=46</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การรักษาโรคเหงือก</title>
		<link>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=42</link>
		<comments>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=42#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Nov 2012 07:37:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=42</guid>
		<description><![CDATA[การรักษาโรคเหงือก Gingivitis (โรคปริทันต์) จะมีอาการอักเสบของเหงือก อาจเกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกันเช่น การสูบหรี่มาก หรืออาจเป็นผลขางเคียงจากการรับประทานยาปฎิชีวนะ หรือการเปลี่ยนแปลฮอร์โมนภายในร่างกาย ลักษณะอาการที่บ่งบอกว่าเกิดเหงือกอักเสบ 1.เกิดเลือกออกตามไร่ฟัน เวลาแปรงฟันติดต่อกัน 2.มีอาการบวมแดงที่เหงือ มีหนองฝีปรากฎ เมื่อกดไปที่เหงือก 3.ตำแหน่งของฟันมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อสบฟันฟันจะไม่สบกัน 4.มีกลิ่นปาก และลมหายใจเหม็น   การรักษาโรคเหงือก ในระยะแรกของเหงือกอัเสบ ทำได้โดยการแปรงฟันหรือการใช้ไหมขัดฟัน การดูแลสุขภาพปากและฟันที่ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบแบคทีเรียสะสม   การทำความสะอาดช่องปากด้วยทันตแพทย์ โดยทันตแพทย์จะทำการขูดหินปูนที่แข็งตัวออกจากฟันและร่องเหงือก ถ้ามีอาการมาก อาจจะต้องทำการรักษารากฟัน ซึ่งจะช่วยดูแลรากฟันไม่ให้หินปูนเข้าไปสะสมได้ง่าย   ศัลยกรรมตกแต่งเหงือก ชาวยให้ผู้ที่มีเหงือกเจริญเติบโตในส่วนหน้าของฟันมากกว่าปกติ ทำให้เห็นเหงือก มากเวลายิ้ม การทำศัลยกรรมตกแต่งเหงือก คือการผ่าตัดเหงือกส่วนน้อยออกไป ทำให้เวลายิ้มฟันสวยขึ้น   ศัลยกรรมปลูกถ่ายเหงือก การทำศัลยกรรมปลูกถ่ายเหงือก คือการนำชิ้นส่วนของเหงือกจากส่วนอื่นของ ช่องปาก หรือเลื่อนเหงือกจากบริเวณใกล้เคียง มาปลูกในตำแหน่งใหม่ ใช้มากในกรณีเหงือกร่นอย่างรุนแรง   การทำศัลยกรรมเหงือก การทำศัลยกรรมเหงือกคือ วิธีการที่อาศัยการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเล็ก ๆ จากเพดานเหงือก หรือบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ยึดติดกันแน่น ถ้าเหงือกเกิดอาการร่นและปล่อยทิ้งไว้ไม่ดูแล การร่นของเหงือกจะเพิ่มมากขึ้น โดยอาจจะสูญเสียกระดูกกรองรับฟันรวมไปด้วย และการร่นของเหงือกมีผลให้เกิด อาการเสียวฟันเวลาที่ทานอาหารร้อนและเย็น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ccffff;"><span style="color: #00ff00;"><strong>การรักษาโรคเหงือก</strong> <strong>Gingivitis</strong></span> (โรคปริทันต์) จะมีอาการอักเสบของเหงือก อาจเกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกันเช่น การสูบหรี่มาก หรืออาจเป็นผลขางเคียงจากการรับประทานยาปฎิชีวนะ หรือการเปลี่ยนแปลฮอร์โมนภายในร่างกาย</span></p>
<p><span style="color: #00ff00;"><strong>ลักษณะอาการที่บ่งบอกว่าเกิดเหงือกอักเสบ</strong></span><br />
<span style="color: #ccffff;">1.เกิดเลือกออกตามไร่ฟัน เวลาแปรงฟันติดต่อกัน</span><br />
<span style="color: #ccffff;">2.มีอาการบวมแดงที่เหงือ มีหนองฝีปรากฎ เมื่อกดไปที่เหงือก</span><br />
<span style="color: #ccffff;">3.ตำแหน่งของฟันมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อสบฟันฟันจะไม่สบกัน</span><br />
<span style="color: #ccffff;">4.มีกลิ่นปาก และลมหายใจเหม็น</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #00ff00;"><strong>การรักษาโรคเหงือก</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">ในระยะแรกของเหงือกอัเสบ ทำได้โดยการแปรงฟันหรือการใช้ไหมขัดฟัน การดูแลสุขภาพปากและฟันที่ดีจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบแบคทีเรียสะสม   การทำความสะอาดช่องปากด้วยทันตแพทย์ โดยทันตแพทย์จะทำการขูดหินปูนที่แข็งตัวออกจากฟันและร่องเหงือก ถ้ามีอาการมาก อาจจะต้องทำการรักษารากฟัน ซึ่งจะช่วยดูแลรากฟันไม่ให้หินปูนเข้าไปสะสมได้ง่าย</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #00ff00;"><strong>ศัลยกรรมตกแต่งเหงือก</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">ชาวยให้ผู้ที่มีเหงือกเจริญเติบโตในส่วนหน้าของฟันมากกว่าปกติ ทำให้เห็นเหงือก</span><br />
<span style="color: #ccffff;">มากเวลายิ้ม การทำศัลยกรรมตกแต่งเหงือก คือการผ่าตัดเหงือกส่วนน้อยออกไป</span><br />
<span style="color: #ccffff;">ทำให้เวลายิ้มฟันสวยขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #00ff00;"><strong>ศัลยกรรมปลูกถ่ายเหงือก</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">การทำศัลยกรรมปลูกถ่ายเหงือก คือการนำชิ้นส่วนของเหงือกจากส่วนอื่นของ</span><br />
<span style="color: #ccffff;">ช่องปาก หรือเลื่อนเหงือกจากบริเวณใกล้เคียง มาปลูกในตำแหน่งใหม่ ใช้มากในกรณีเหงือกร่นอย่างรุนแรง</span></p>
<p><span style="color: #ccffff;"> </span></p>
<p><span style="color: #00ff00;"><strong>การทำศัลยกรรมเหงือก</strong></span></p>
<p><span style="color: #ccffff;">การทำศัลยกรรมเหงือกคือ วิธีการที่อาศัยการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเล็ก ๆ จากเพดานเหงือก</span><br />
<span style="color: #ccffff;">หรือบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ยึดติดกันแน่น</span><br />
<span style="color: #ccffff;">ถ้าเหงือกเกิดอาการร่นและปล่อยทิ้งไว้ไม่ดูแล การร่นของเหงือกจะเพิ่มมากขึ้น</span><br />
<span style="color: #ccffff;">โดยอาจจะสูญเสียกระดูกกรองรับฟันรวมไปด้วย และการร่นของเหงือกมีผลให้เกิด</span><br />
<span style="color: #ccffff;">อาการเสียวฟันเวลาที่ทานอาหารร้อนและเย็น และยังทำให้เหงือกและฟัน</span><br />
<span style="color: #ccffff;">ดูไม่สวยงาม และอาการเหงือกร่นอาจนำไปสู่ขั้นรุนแรงทำให้สูญเสียฟันได้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?feed=rss2&#038;p=42</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผ่าฟันคุด</title>
		<link>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=39</link>
		<comments>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=39#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Nov 2012 07:30:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[&#160; &#160; ฟันคุด เป็นลักษณะของฟันกรามแท้โผล่ขึ้นพ้นกระดูกแลพเหงือกมาไม่หมด อาจมาจากหลายๆสาเหตุ เช่น ผลกระทบจากฟันข้างเคียงที่บดบังทำให้ไม่สามารถขึ้นมาได้ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงอายุ 18-25 ปี &#160; ลักษณะฟันคุด บางคนอาจอาการบวมที่หน้า ปวดบวมบริเวณเหงือก  การอักเสบและติดเชื้อ เป็นฝีในช่องปาก  คราบหินปูนและแบคทีเรียบนฟันและซอกเหงือก สามารถเกิดการผุได้ง่ายเนื่องจากเป็นอุปสรรคในการทำความสะอาด การเกิดต่อมน้ำหรือก้อนซีสในเหงือก โรคเหงือกและขากรรไกร &#160; ทำไมต้องผ่าฟันคุด จะทำให้มีอาการเจ็บปวด และมีกลิ่นปาก ไม่มีประโยชน์ในการใชงาน มีผลกระทบต่อการสบของฟัน เพราะฟันขึ้นมาไม่สมบรูณ์ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเหงือก หรือสามารถก่อให้เกิดปัญหาโรคเหงือก ทำให้การทำความสะอาดลำบาก ทำให้เกิดมีฟันผุตามมา เป็นสาเหตุให้การบูรณะฟันซี่ข้างเคียงทำได้อย่างยากลำบาก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #ffff00;">ฟันคุด</span> </strong><span style="color: #ccffff;">เป็นลักษณะของฟันกรามแท้โผล่ขึ้นพ้นกระดูกแลพเหงือกมาไม่หมด อาจมาจากหลายๆสาเหตุ เช่น ผลกระทบจากฟันข้างเคียงที่บดบังทำให้ไม่สามารถขึ้นมาได้ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงอายุ 18-25 ปี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ffff00;"><strong>ลักษณะฟันคุด</strong></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #ccffff;">บางคนอาจอาการบวมที่หน้า</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ปวดบวมบริเวณเหงือก</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;"> การอักเสบและติดเชื้อ</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">เป็นฝีในช่องปาก</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;"><strong> </strong>คราบหินปูนและแบคทีเรียบนฟันและซอกเหงือก</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">สามารถเกิดการผุได้ง่ายเนื่องจากเป็นอุปสรรคในการทำความสะอาด</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">การเกิดต่อมน้ำหรือก้อนซีสในเหงือก</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">โรคเหงือกและขากรรไกร</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ffff00;"><strong>ทำไมต้องผ่าฟันคุด</strong></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #ccffff;">จะทำให้มีอาการเจ็บปวด และมีกลิ่นปาก</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ไม่มีประโยชน์ในการใชงาน</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">มีผลกระทบต่อการสบของฟัน เพราะฟันขึ้นมาไม่สมบรูณ์</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเหงือก หรือสามารถก่อให้เกิดปัญหาโรคเหงือก</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">ทำให้การทำความสะอาดลำบาก ทำให้เกิดมีฟันผุตามมา</span></li>
<li><span style="color: #ccffff;">เป็นสาเหตุให้การบูรณะฟันซี่ข้างเคียงทำได้อย่างยากลำบาก</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://xn--12ca6exarb5bxdfgb.com/?feed=rss2&#038;p=39</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
